ข้ออ้างของคนจน ที่ไม่ยอมทำงาน เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นอะไรเลย

แจ๊คหม่าผู้ที่เคยจนมาก่อน ตอนนี้เป็นมหาเศรษฐีจะดับโลกไปแล้วได้พูดถึงคนจนไว้ได้อย่างน่าสนใจ คำพูดของเขาไม่ได้มีความหมายไปในเชิงดูหมิ่น เหยียบหยามคนจน แต่เป็นการกระตุ้นให้คนจนได้คิดและรู้สึกตัว เพื่อที่จะได้ฮึกเหิมและจัดการชีวิตของตัวเองให้ห่างหายจากความจนไปตลอดกาล คำพูดของเขาสรุปได้ดังนี้

ข้ออ้างอันสวยหรูของคนจนในการทำงาน

คนจนเป็นคนที่เอาใจยากที่สุด ต่อให้ทำอีก 10 ปีก็จะยังจนเหมือนเดิม ถ้าเราให้อะไรแก่คนจนแบบฟรีๆ เขาจะคิดว่านี่คือกับดัก เราคงหลอกล่อจะเอาอะไรจากเขาสักอย่าง

ถ้าเราบอกให้เขาลงทุนน้อยๆ คนจนก็จะบอกว่า ทำเล็กๆก็จะได้กำไรนิดๆหน่อยๆ สู้ไม่ทำเลยจะดีกว่า ทำไปก็เสียเวลาเปล่าๆ

ถ้าเราบอกให้เขาลงทุนเยอะๆสิ คนจนก็จะบอกว่า จะไปเอาเงินตั้งมามากที่ไหนมาลงทุน พวกเขาไม่มีเงินหรอก ไม่มีเงิน ทำอะไรก็ไม่ได้

ถ้าเราบอกให้เขาลองทำธุรกิจใหม่ๆ หรือเริ่มทำในแบบที่ไม่ซ้ำใคร คนจนก็จะบอกว่า ไม่มีประสบการณ์ ทำไปก็ไปไม่รอดหรอก

ถ้าบอกให้เขาทำธุรกิจดั้งเดิมที่พ่อแม่ปู่ย่า ทำมาแล้วก็ทำต่อไปสิ เขาก็บอกว่ามันยากนะ มีปัญหาจุกจิก วุ่นวายเต็มไปหมด และก็เหนื่อยมากด้วย

ถ้าบอกให้เขาทำธุรกิจสมัยใหม่ พวกเขาก็จะบอกว่า มันคือธุรกิจขายตรง เขาไม่อยากลดตัวลงไปเดินหาลูกลูกค้าแล้วคอยง้อให้คนอื่นมาซื้อของหรอก

ถ้าบอกให้เขาเปิดร้านขายของ เขาก็จะบอกว่าต้องนั่งเฝ้าหน้าร้านทั้งวัน จะไปไหนก็ไม่อิสระ อยากมีวันหยุดเสาร์ อาทิตย์หรือหยุดยาวนานๆก็ไม่ได้

แจ๊คหม่าบอกว่า คนพวกนี้มีอะไรก็ชอบถาม google ชอบคุย และคบค้ากับพวกคนที่ล้มเหลวเหมือนตัวเอง และชอบคิดมากๆๆๆ แต่ไม่ยอมลงมือทำอะไรสักอย่าง ทั้งชีวิตมีแต่คำว่า รอก่อน ดูก่อน ยังไม่พร้อมตอนนี้ ขอคิดดูก่อน

สิ่งที่กล่าวมาคือวิธีคิดและทัศนคติ

การมองโลกของพวกคนจน ที่มักจะอ้างว่า ไม่มีเงิน ไม่ชำนาญ เหนื่อย ยาก ไม่มีประสบการณ์ ดูก่อน ยังไม่พร้อม ขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไป ก็จะจริงดังที่แจ๊คหม่าว่าไว้ คนพวกนี้ อีก 10 ชาติก็ไม่รวย และเป็นคนที่เอาใจยากที่สุด หากต้องการหลุดพ้นจากความจน ก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ ให้ตรงข้ามกับสิ่งที่เคยเป็นมา เช่นว่า บอกให้เปิดร้านขายของ ก็คิดว่าได้สิ เป็นอิสระ ได้อยู่กับบ้าน ไม่ต้องกลัวรถติด จะคิดหาวิธีบริการลูกค้าในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง จะทำให้ร้านตัวเองก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป หากมีคนมาแนะนำว่า ให้ทำธุรกิจดั้งเดิม ก็คิดไปว่า ก็ดีนะ ไม่ต้องเริ่มต้นอะไรใหม่ สิ่งที่ปู่ย่า พ่อแม่ได้วางรากฐานเอาไว้ เราก็เอามาต่อยอดหรือปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย มันเป็นงานที่ท้าทายมากๆเลย หากมีคนมาแนะนำให้ทำอะไรเล็กๆ ก็ให้คิดว่า ก็ดีเหมือนกัน การทำอะไรที่เริ่มจากเล็ก ถ้าพลาดขึ้นมาก็จะเสียหายไม่มาก เป็นต้น

และที่สำคัญคือ อย่ามีคำว่าแต่ หรือดูก่อน หรือรอให้ทุกอย่างพร้อมก่อน หากมีความคิดจะทำอะไร ให้ลงมือทำไปเลย ทำได้หรือไม่ได้นั่นอีกเรื่อง เพราะเมื่อได้ลงมือทำไปแล้ว สิ่งต่างๆจะตามมา แม้จะมีปัญหาและอุปสรรค ก็ค่อยๆเรียนรู้และฝึกฝนกันไป เพราะไม่มีใครที่เริ่มต้นอะไรแล้วจะสำเร็จได้ทันที ไม่มีใครที่ค้าขายอะไรแล้วจะร่ำรวยอย่างรวดเร็ว ต่อให้ตั้งใจมากขนาดไหน ก็ต้องเผื่อใจและเผื่อเวลาไว้ด้วย ไม่ใช่หวังจะรวยเร็วๆและสำเร็จไวๆ หากเราสามารถเปลี่ยนความคิดและมีทัศนคติใหม่ เราก็จะหลุดพ้นจากความจนไปได้ ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้าหรืออีก 10 ชาติ เราจะรวยได้ในชาตินี้นี่เอง

สร้างวิธีคิดใหม่ เพื่อชีวิตในการทำงานที่ดี

ใครๆ ก็รู้ว่าการ ‘คิดบวก’ เป็นเรื่องที่ดีแน่นอน แต่เราจะสร้างนิสัยให้เป็นคนคิดบวก มีทัศนคติในเชิงบวกกับทุกๆ เรื่องได้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สามารถฝึกฝนได้ เพียงแค่บำรุงรักษาสภาพจิตใจของตนเองให้เข้มแข็งสมบูรณ์อยู่เสมอ เมื่อสุขภาพจิตของเราดีจะช่วยให้ก้าวผ่านอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย บางครั้งการอยู่ในสถานการณ์ที่เครียด กดดันทางอารมณ์จนเกินไป อาจเป็นเรื่องยากที่จะคิดบวกตลอดเวลา แต่เราสามารถสร้างให้เป็นไปได้ โดยใช้ 5 เคล็ดลับนี้เป็นตัวช่วยให้สามารถเป็นคนคิดบวกได้เสมอต้นเสมอปลาย รักษาแนวคิดที่ดีแบบนี้ให้อยู่กับเราไปนานๆ และมีความสุขกับชีวิตในทุกๆ วัน

1. ทำความรู้จักตัวเอง
มองหาสิ่งที่พิเศษ ด้านที่ดีของตัวเอง เพื่อนำมาใช้ในชีวิตให้เกิดคุณค่า และเหมาะสมอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องทางกฎหมายและศีลธรรม พร้อมยอมรับจุดด้อย ไม่ตำหนิตัวเอง เพราะหากเปิดช่องให้ความคิดดีๆ เข้ามา สร้างความคิดให้เป็นภาพฉายถึงความสำเร็จ สมองจะทำให้เป็นแรงจูงใจในการช่วยให้เรามีความคิดทางบวก และก้าวไปในหนทางข้างหน้าคิดอยู่เสมอว่าไม่มีใครเป็นคนสมบูรณ์แบบ แต่เราสามารถทำวันนี้ให้ดีมากกว่าวันพรุ่งนี้ได้

2. ฝึกเตือนตัวเองทางบวก
ฝึกย้ำเตือนถึงประโยคที่ดีๆ ให้อยู่ในความคิดทุกวัน เช่น ฉันสมควรได้รับความสุข ฉันเป็นคนที่มีค่าสมควรแก่การรัก มีความเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความจริง การเตือนตัวเองจะทำให้เราบรรจุความคิดบวกต่างๆ เหล่านี้ไว้ในชีวิตเป็นการชี้นำความคิดที่ดีอย่างหนึ่ง เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่นักจิตวิทยาใช้ควบคุมความคิดเมื่อเวลาจิตตก หรือในเวลาที่เกิดความเครียด ความวิตกกังวล หรือความกระวนกระวายใจ เราควรสร้างความคิดที่แจ่มใส มีจุดสนใจทางบวก ฝึกที่จะควบคุมความคิดทางลบ โดยการใช้ความคิดทางบวกมาแทนที่อยู่เสมอ
หากเราอยากเป็นคนที่คิดบวกอยู่เสมอ เราก็ควรคบเลือกคบกับคนที่คิดบวก แล้วจะทำให้เราสามารถเป็นคนคิดบวกได้ตลอดเวลา เพราะคนที่คิดบวกจะพูดคุยแต่เรื่องที่สร้างสรรค์ เมื่ออยู่ด้วยก็จะทำให้จิตใจสดชื่น ไม่หม่นหมอง เช่น หากเราพบเจอกับอุปสรรคในการทำงาน เมื่อเราได้ลองพูดคุย ปรึกษากับเพื่อนร่วมงานที่คิดบวก เพียงไม่กี่นาทีที่เราได้พูดคุยกับเขา จิตใจของเราก็จะสดชื่นแจ่มใสขึ้นมาทันที ให้คิดไว้เสมอว่า ‘คบกับคนเช่นไร เป็นคนเช่นนั้น’

4. อ่านหนังสือที่ทำให้คิดบวก
การค้นคว้าหาความรู้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรายังคงคิดบวกอยู่เสมอ เราควรหาหนังสือที่กระตุ้นความคิด ทำให้เราคิดบวกอย่างสร้างสรรค์ วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เรามีทัศนคติที่ดีเท่านั้น แต่ยังทำให้เรามีข้อมูลเพื่อไปพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนที่มีทัศนคติเชิงบวกเหมือนกันอีกด้วย การซึมซับความรู้เหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้เราแก้ปัญหาของเราเอง แต่ยังทำให้เราเป็นที่ปรึกษาที่ดีของเพื่อนร่วมงาน เมื่อยามที่เขาเกิดปัญหาด้วย

5. เรียนรู้จากความผิดพลาด
ทุกคนต่างก็เคยทำความผิดพลาดทั้งนั้น ถึงแม้ทุกๆ ครั้งจะพยายามอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ หากอยากเป็นคนที่คิดบวกก็ต้องไม่นำความผิดพลาดมาซ้ำเติมตัวเอง ให้คิดไว้เสมอว่ามันคือบทเรียนที่จะทำให้ตัวเรามีการพัฒนาที่ดีมากยิ่งขึ้น กับสิ่งที่จะทำต่อไปในอนาคต เรามีโอกาสเริ่มต้นใหม่เสมอ

คนส่วนใหญ่มักจะ หางาน ทำเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม วันนี้เรามอง หางาน  จากงานที่เราต้องการ ส่วนมากมักจะ หางาน ในที่ต่างๆ แต่ในอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถ หางาน เพื่อทำเงินกับมันได้ เพียงแค่คุณเปิดใจที่จะ หางาน ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ทางไหน จุดเริ่มต้นอยู่ที่เรา หางาน กันทั้งหมด งานออนไลน์ ก็เป็นงานหนึ่งที่น่าจับตามอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
000webhost logo