ยังหางานไม่ได้ควรทำไงดี

 

“คนว่างงาน วัน ๆ เขาทำอะไรกันบ้างนะ”

คำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวสกาวรัตน์มาสักพักใหญ่ ๆ หลังจากที่เธอพบว่าตัวเองเรียนจบมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็ยังหางานไม่ได้สักที

สกาวรัตน์ก็เหมือนเด็กจบใหม่ทั่วไปที่ยังว่างงานอยู่ ถ้าวันไหนไม่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์ เธอก็จะเอาแต่ขลุกอยู่ที่บ้าน เปิดเว็บไซต์หางาน และส่งเรซูเม่ไปเรื่อย ๆ อาจจะมีออกไปเจอเพื่อนที่อยู่ในชะตากรรมเดียวกับเธอบ้างเดือนละสามสี่ครั้ง แต่พอนานวันเข้าเธอก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียเวลาไปเปล่า ๆ แถมยังเริ่มรู้สึกผิดที่ต้องขอเงินแม่ใช้ทั้ง ๆ ที่เรียนจบมาตั้งนานแล้วอีกต่างหาก

เข้าใจดีว่านักศึกษาจบใหม่ที่ยังหางานทำไม่ได้อย่างสกาวรัตน์นั้นรู้สึกกดดัน และเคว้งคว้าง ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรดีระหว่างรองานที่ฝัน วันนี้เราจึงมีคำแนะนำดี ๆ ที่อยากให้สกาวรัตน์ทำไปพร้อม ๆ กับการหางาน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์มาฝากกัน และไม่แน่ว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้ได้ค้นพบเส้นทางใหม่ๆ ที่ไม่เคยมองเห็นมาก่อนอีกด้วย

คิดบวกเข้าไว้

แม้สกาวรัตน์จะส่งเรซูเม่และไปสัมภาษณ์มาหลายบริษัท แต่ก็ยังไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงานเสียที การคิดในเชิงบวกจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง ตรงกันข้าม การท้อแท้ และคิดในแง่ลบจะทำลายความมั่นใจของเราเอง ซึ่งจะส่งผลต่อทุกการตัดสินใจและทุกการกระทำในอนาคต และอาจทำให้เราพลาดโอกาสการได้งานไปโดยปริยาย เช่น การมีทัศนคติในแง่ลบ หรือความไม่มั่นใจในตัวเอง จากการไม่ผ่านการสัมภาษณ์งานหลาย ๆ ครั้ง อาจจะทำให้สกาวรัตน์เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองและโทษตัวเองว่าไม่มีความสามารถเพียงพอ ทั้งที่ความเป็นจริงการไม่ได้งานอาจมีปัจจัยอื่นเป็นสาเหตุ

นาน ๆ เข้า อาจทำให้เธอไม่กล้าลองสมัครงานในบางตำแหน่ง เพราะเธอถูกกรอบความคิดครอบงำอยู่ เช่น “ฉันสมัครตำแหน่งนี้ไม่ได้หรอก มันยากเกินไป” ทั้ง ๆ ที่สกาวรัตน์ยังไม่เคยลองสมัครดูเลย เราควรจะจำไว้ว่าเราไม่มีอะไรจะเสีย แม้จะไม่ได้งานในตำแหน่งนั้น แต่ก็ยังได้ฝึกฝนการตอบคำถามสัมภาษณ์งาน หรือผ่านการสัมภาษณ์งานในหลาย ๆ รูปแบบ และนี่จะหล่อหลอมเป็นประสบการณ์เราผ่านช่วงเวลาการว่างงานนี้ไปได้ แต่ถ้ามัวแต่จมอยู่กับความคิดในแง่ลบ อย่าอยู่คนเดียว ให้หากำลังใจจากคนอื่น เช่น ใช้เวลากับครอบครัว หรือเพื่อนสนิทที่สามารถให้คำปรึกษาในเชิงบวกได้

 

ใช้จ่ายอย่างประหยัด

ถ้าเราไม่มีรายได้ เพราะยังไม่มีงานทำ เราต้องเรียนรู้ที่จะใช้จ่ายอย่างประหยัด ให้เหมาะสมกับสภาพทางการเงินของตัวเอง ลองพิจารณาตัดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยออกไปถ้าทำได้ เพื่อไม่ให้ติดนิสัยใช้เงินเกินพอดี โดยเฉพาะเด็กจบใหม่อย่างสกาวรัตน์ที่อาจยังต้องพึ่งพาผู้ปกครองอยู่  ช่วงเวลาที่ยังไม่มีงานทำนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการฝึกวินัยในการใช้เงิน เพื่อที่เวลาเธอได้งาน มีเงินเดือน จะสามารถใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใช้เวลาพบปะผู้คนเพื่อสร้างเครือข่าย

การทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่หรือเก่าจากกลุ่มที่หลากหลายอาจช่วยให้เราได้งานทำ เช่น งานเลี้ยงรุ่นศิษย์เก่า หรือ Job Fair ที่จัดตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยงานประเภทนี้จะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ งานประชุม สัมมนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพที่เราสนใจ ใครจะไปรู้ สกาวรัตน์อาจจะได้งานที่ตรงใจเธอ จากความสัมพันธ์ของคนที่เพิ่งรู้จักกันโดยบังเอิญก็เป็นได้

ศึกษาต่อ

การศึกษาต่อในระดับชั้นการศึกษาที่สูงขึ้นอาจะดูไม่ใช่คำแนะนำที่เกี่ยวกับการหางานที่ตรงสักเท่าไร อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามีสาขาวิชาที่สนใจอยู่แล้ว การพิจารณาดูทางเลือกจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในช่วงที่ว่างงานอยู่ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว แต่ถ้าการเรียนต่อไม่ใช่แนวทางที่ต้องการก็ไม่ต้องฝืน เพราะการเรียนต้องอาศัยความทุ่มเท พลังงานมหาศาล และเงินจำนวนไม่น้อย

หาอะไรทำให้ยุ่ง ๆ เข้าไว้

หากยังหางานทำไม่ได้เสียที อย่าปล่อยวันเวลาให้ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ ถึงไม่มีงานประจำ แต่ก็สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ หรือไม่ก็ลงคอร์สฝึกอบรมในเรื่องที่สนใจ ประสบการณ์อื่น ๆ นอกเหนือไปจากประสบการณ์การทำงานก็อาจปูทางไปสู่อาชีพที่อยากทำในอนาคตได้เช่นกัน

ขยายขอบเขตการหางานให้กว้างขึ้น

สกาวรัตน์อาจหางานไม่ได้เพราะเลือกงาน ซึ่งอาจมาจากการจำกัดวงในการหาตำแหน่งงานที่แคบเกินไป เช่น สาขาอาชีพ หรือสถานที่ตั้งของบริษัท เช่น ถ้าหากไม่อยากทำงานไกลบ้าน ก็จะพลาดการได้งานในบริษัทที่อาจจะมีตำแหน่งงานที่ต้องการไป ครั้งต่อไปที่หางานลองขยายขอบเขตของการหางานให้กว้างขึ้นกว่าเดิมสักเล็กน้อย เช่น ลองดูบริษัทที่แม้จะอยู่ไกลจากที่พัก แต่มีการเดินทางที่สะดวก หรือ ดูตำแหน่งงานที่อาจจะไม่ตรงกับที่อยากจะทำงานโดยตรง แต่ประเมินคร่าว ๆ แล้วว่าเราสามารถทำได้

พัฒนาทักษะที่ขาด

ทุกครั้งที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน ให้กลับมาทบทวนตัวเองว่าเรายังขาดทักษะในด้านใดบ้าง ทั้งนี้สกาวรัตน์อาจจะให้เพื่อน ๆ หรือ คนในครอบครัวช่วยสมมติว่าเป็นผู้สัมภาษณ์ เพื่อที่เธอจะได้ฝึกตอบคำถามให้คล่อง เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนการสัมภาษณ์งานในครั้งต่อ ๆ ไป

เป็นอาสาสมัคร หรือหาประสบการณ์ด้วยการทำงานแบบไม่รับค่าจ้าง

ในธุรกิจบางสาขาจะมีการเปิดรับพนักงานอาสาสมัครเข้ามาฝึกงานกับบริษัทโดยไม่จ่ายค่าจ้าง ซึ่งถ้าสกาวรัตน์เลือกทำงานตำแหน่งนี้ สิ่งที่เธอจะได้แน่นอนว่าไม่ใช่เงิน แต่เป็นประสบการณ์  สรุปก็คือ ถ้าเรายังหางานที่จ่ายเงินเดือนให้เราไม่ได้ เราก็ยังจะสามารถหาประสบการณ์ในการทำงานได้อยู่ดี ไม่แน่ว่าถ้าเราทำงานได้ดี เราอาจจะได้รับการพิจารณาให้เป็นพนักงานประจำที่มีเงินเดือนก็ได้

นอกจากนี้การทำงานเป็นอาสาสมัครในองค์กรการกุศลก็ทำให้สกาวรัตน์ได้ประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือได้พบปะผู้คนในสภาพแวดล้อมใหม่ ได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงการเห็นมุมมองที่แตกต่างจากองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร เป็นการเปิดโลกพบเจอประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่มีคุณค่าไม่แพ้การทำงานประเภทอื่น ๆ

 

เริ่มต้นทำธุรกิจ

หากเราคิดว่าการเป็นพนักงานบริษัทที่ต้องทำตามคำสั่งของคนอื่นไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ ก็กำหนดอนาคตของตัวเองด้วยการสร้างธุรกิจเองเสียเลย เริ่มต้นจากสิ่งที่ตัวเองมีความรู้ความชำนาญเป็นทุนเดิม ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม แล้วเริ่มลงมือเมื่อมีความพร้อม ไม่แน่ว่าเราอาจจะเป็นเจ้านายตัวเองได้ดีกว่าการเป็นพนักงานออฟฟิศก็เป็นได้

เขียนบล็อกหรือ ทำเว็บไซต์

หากเราเป็นคนที่มีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งและต้องการแบ่งปันเรื่องราวนั้น ๆ ให้คนอื่นได้รับรู้ ลองบอกเล่าเรื่องราวผ่านการเขียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำอาหาร การเงิน กีฬาที่ชื่นชอบ หรืออัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ สนใจในเรื่องไหนก็เขียนในเรื่องนั้น การเขียนเรื่องราวในประเด็นที่ตัวเองสนใจนี้เองจะทำให้เราเกิดความมุ่งมั่นและความใส่ใจอย่างต่อเนื่อง หรือถ้าเราหลงรักการเขียนอย่างจริงจัง เราอาจสร้างรายได้จากสิ่งนี้ก็เป็นได้

อย่ายอมแพ้กับการหางาน แม้จะถูกปฏิเสธมาแล้วหลายครั้ง ถึงไม่ได้งาน แต่การส่งเรซูเม่ หรือไปสัมภาษณ์ก็ทำให้เราได้ประสบการณ์เมื่อยังหาเงินไม่ได้ ก็ต้องรู้จักประหยัด ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเข้าสังคมบ้าง เช่น ไปงานสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่สนใจ ทำความรู้จักคนใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งานผ่านการแนะนำเรียนต่อ หรือเทคคอร์ส เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทำงานพาร์ทไทม์ เป็นอาสาสมัคร หรือฝึกงานแบบไม่รับค่าจ้าง เพื่อหาประสบการณ์ในสายงานที่ต้องการทำ

อย่าตีกรอบการหางานมากเกินไป ลองหางานในพื้นที่ที่ไม่เคยคิดถึง หรืองานตำแหน่งอื่น ๆ ที่คิดว่าทำได้ หรือต่อยอดให้กับงานที่อยากทำได้ในอนาคต

หาสิ่งที่ชอบและชำนาญที่สุด แล้วหาความรู้ จากนั้นก็เริ่มทำธุรกิจเป็นของตัวเองไปเลย

คนส่วนใหญ่มักจะ หางาน ทำเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม วันนี้เรามอง หางาน  จากงานที่เราต้องการ ส่วนมากมักจะ หางาน ในที่ต่างๆ แต่ในอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถ หางาน เพื่อทำเงินกับมันได้ เพียงแค่คุณเปิดใจที่จะ หางาน ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ทางไหน จุดเริ่มต้นอยู่ที่เรา หางาน กันทั้งหมด งานออนไลน์ ก็เป็นงานหนึ่งที่น่าจับตามอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
www.000webhost.com