สร้างอาชีพเสริมปูทางสู่การเป็นนายตัวเอง

มนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก ต้องการหา “อาชีพเสริม” เพื่อเพิ่มรายได้นอกเหนือจากเงินเดือนงานประจำ รวมถึง หวังใช้ต่อยอดจากอาชีพเสริมพัฒนาไปสู่อาชีพหลัก เพื่อก้าวออกจากชีวิตลูกจ้างไปเป็นเถ้าแก่ ทว่า กำแพงสูงที่ขวาง ทำให้ก้าวไม่พ้นเสียที คือคำถามตัวโตๆ ว่า “จะทำอะไรดี?” พ่วงด้วยคำถามอื่นๆ ตามมาสารพัด ทั้งเริ่มต้นอย่างไร? ทำแบบไหน? และทำอย่างไร? ฯลฯ

กรณีมนุษย์เงินเดือนจำนวนมากที่ฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำธุรกิจเลยทันที โอกาสจะล้มเหลวสูง เช่นเดียวกับเด็กเรียนจบใหม่ๆ ที่ไม่ต้องการเป็นลูกจ้าง มุ่งมาทำอาชีพส่วนตัวเลย แนวโน้มเจ็บตัวก็สูงเช่นกัน เนื่องจากขาดประสบการณ์ แต่หากได้ลองทำอาชีพเสริมควบคู่กับทำงานออนไลน์ประจำไปด้วย จะเป็นเวทีเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ เตรียมความพร้อม และในกรณีหากอาชีพเสริมไปไม่รอด ก็ยังมีงานประจำรองรับ

ในขณะเดียวกัน หากทำอาชีพเสริมไปสักพักจนเชื่อว่าตัวเองมีความพร้อมทุกด้านแล้ว เมื่อลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัว สามารถเดินหน้าต่อได้ทันที

3 ก้าวที่จะช่วยให้คุณค้นหาอาชีพเสริมกัน

1 : ค้นหาอาชีพเสริมที่ใช่จากสิ่งที่ชอบ+ทักษะ

ถ้าคิดทำอาชีพเสริมใดอาชีพหนึ่ง ควรจะเริ่มจากกลับมาสำรวจตัวเองก่อน ประกอบด้วย 1.เรามีความรักความชอบใดเป็นพิเศษ เพราะการทำอาชีพเสริมควรเป็นงานที่ไม่เครียดทำแล้วมีความสุข สามารถทำซ้ำๆ บ่อยๆ ได้โดยไม่เบื่อ โดยให้ลองเขียนรายการที่คุณชอบออกมาเป็นข้อๆ เช่น ชอบกินกาแฟ ชอบสะสมของเก่า ชอบท่องเที่ยว รักสัตว์ ฯลฯ

หรือในกรณีที่ไม่ได้มีสิ่งที่รักหรือชอบอะไรมากเป็นพิเศษ ก็สามารถสร้างจุดเริ่มต้นจาก“แรงบันดาลใจ” โดยที่มาของแรงบันดาลใจอาจจะเกิดจากการมี “ไอดอล” ซึ่งเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต แล้วที่ตัวเราอยากจะก้าวตาม

นอกจากนั้น อาจสร้างแรงบันดาลใจด้วยการวางเป้าหมายตัวเองในอนาคต เช่น อาจจะจินตนาการตัวเองใน 30 ปีข้างหน้าเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพื่อจะไปถึงจุดนั้น ตัวเองต้องเริ่มลงมือทำแล้ว เหล่านี้จะสร้างพลังงานเชิงบวกให้ตัวเอง

2.ตัวเรามี “ทักษะ” อะไรเป็นพิเศษบ้าง

ซึ่งทักษะที่กล่าวถึงต้องเป็น “พรสวรรค์” หรือ “ความสามารถพิเศษ” ที่เหนือกว่ามาตรฐานคนทั่วๆ ไป ลองนึกดูว่าเรามีทักษะอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่นบ้าง เช่น ถ้าคุณบอกว่า มีทักษะร้องเพลง เวลาคุณร้องเพลง ทุกคนที่ได้ยินต้องหยุดฟังหรือเปล่า หรือถ้าบอกว่ามีทักษะทำอาหารอร่อย นอกจากตัวเองที่ชิมแล้วว่าอร่อย คนอื่นๆ ที่ได้ชิมเห็นด้วยหรือไม่ เหล่านี้ นำมาคิดและคัดสรร แต่งเติมให้เกิดเป็นอาชีพเสริมได้

ส่วนคนที่บอกว่า ไม่มีทักษะใดๆ เป็นพิเศษเลย คุณสามารถเพิ่มเติมทักษะให้แก่ตัวเองได้ โดยไปศึกษาเพิ่มเติม ทำจนความสามารถธรรมดาๆ ยกระดับเป็นความสามารถพิเศษขึ้นมาได้ เช่น ไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม หรือหมั่นหาความรู้ในเรื่องที่ตัวเองสนใจเพื่อพัฒนาเป็นทักษะ

นอกจากนั้น เรื่องประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยทำอะไรซ้ำๆ ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจนเกิดความชำนาญเฉพาะทางก็นำมาเป็นทักษะได้เช่นกัน เช่น คนที่เดินทางบ่อยๆ ไปพบเห็นอะไรแปลกใหม่ในต่างแดน ก็อาจเป็นช่องว่างในประเทศที่ยังไม่มีคนทำมาก่อน หรือกรณีคนทำงานอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีประสบการณ์ดูทำเลได้เฉียบคม หรือมีข้อมูลเฉพาะทาง ก็ถือว่าเป็นทักษะเฉพาะตัวเช่นกัน

ทั้งนี้ หลังจากที่เราสำรวจตัวเองแล้ว จาก “สิ่งที่ชอบ” กับ “ทักษะ” ลองนำทั้งสองด้านมาบวกกัน จะทำให้เห็นว่า อาชีพเสริมที่ใช้สำหรับคุณ ควรจะทำเป็นอาชีพอะไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสิ่งที่คุณชอบ คือ สัตว์เลี้ยง ส่วนทักษะ คือ การถ่ายภาพ อาชีพเสริมของคุณอาจจะรับจ้างภาพสัตว์เลี้ยง หรือสิ่งที่คุณชอบ คือ การท่องเที่ยว ส่วนทักษะ คือ พูดภาษาจีนได้ อาชีพเสริมของคุณ อาจจะไปรับจ้างเป็นไกด์นำเที่ยวของทัวร์ประเทศจีน เป็นต้น

ก้าวที่ 2 : เลือกรูปแบบอาชีพเสริมที่เหมาะกับคุณ

หลังจากพอจะรู้อย่างกว้างๆ แล้วถึงอาชีพเสริมที่ต้องการทำแล้ว ก้าวต่อมา ต้องเลือก 1.รูปแบบในการทำอาชีพเสริม กับ 2.ช่องทางในการทำอาชีพเสริม

สำหรับรูปแบบในการทำอาชีพเสริมนั้น แบ่งได้ 3 ประเภท คือ

1.ทำเพื่อขาย ลักษณะทำสินค้าขึ้นมาสักชิ้น เพื่อนำไปขาย ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะเป็นงานแฮนด์เมด ทำขนม ฯลฯ โดยสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ สินค้าที่ทำขึ้นดีพอหรือไม่ หรือเพิ่มค่าจากสินค้าดั้งเดิมหรือไม่ นอกจากนั้น ควรคำนึงด้านเงินทุนค่าอุปกรณ์ วัตถุดิบ และแหล่งซื้อวัตถุดิบพร้อมหรือไม่ ฯลฯ

2.ซื้อมาขายไป ลักษณะอาชีพเสริมแบบนี้ ทำหน้าที่แค่เป็นคนกลาง ซื้อของจากแหล่งหนึ่งไปขายต่อให้ลูกค้า แล้วกินกำไรส่วนต่าง โดยปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การซื้อมาขายไปมักจะต้องอิงกับกระแสนิยมของตลาดในช่วงเวลานั้นๆ กรณีที่เห็นชัด คือ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ที่ไปหิ้วจากเมืองนอกมาขายเมืองไทย นิยมแค่ระยะสั้นๆ ถ้าพลาดสินค้าตกรุ่น ก็ขายไม่ออก ดังนั้น การซื้อมาขายไป ต้องตามเทรนด์แฟชั่นให้ทัน

นอกจากนั้น ต้องมีทุนสำรองในการไปซื้อของมาขายด้วย รวมถึง มีแหล่งซื้อสินค้าที่เป็นของหายาก คนทั่วไปหาซื้อไม่ได้ หรือเป็นแหล่งที่ซื้อได้ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป

3.บริการ ส่วนใหญ่ผู้ทำอาชีพเสริมแบบนี้ จะต้องลงมือไปให้บริการแก่ลูกค้าด้วยตัวเองในสถานที่จริง เช่น รับจ้างเป็นครูสอนพิเศษให้แก่เด็กนักเรียน บริการรับจ้างถ่ายภาพงานแต่งงาน ซึ่งผู้ที่จะทำอาชีพเสริมแบบนี้ได้ดี ต้องมีทักษะความชำนาญเฉพาะทางในงานได้รับจ้าง รวมถึงมีบุคลิกภาพเหมาะสม ชอบพบปะผู้คน และที่สำคัญมีใจรักงานบริการ

เราจะมีช่องทางในการทำอาชีพเสริมโดยแบ่งได้เป็น 3 ช่องทาง 

1.พาตัวเองไปให้บริการลูกค้า ถือเป็นการรับจ้างแบบง่ายๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่คนที่ทำอาชีพเสริมแบบนี้ คุณก็ต้องมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับ มีบริการดี และต้องมีความรับผิดชอบ รวมถึง ต้องคำนึงถึงเรื่องการเดินทาง และเวลาในการไปทำงานรับจ้างด้วย

2.ผ่านออนไลน์ ตอนนี้กำลังฮิตมากๆ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย บอกว่า ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ปี 2555 มูลค่าตลาดกว่า 73,000 ล้านบาท ในขณะที่อัตราเติบโตสูงเฉลี่ย 20% ทุกปี ข้อดีของการขายออนไลน์ คือ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา สถานที่ และมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก ทุกวันนี้ มีเว็บเปิดให้ขายของฟรีมากมาย รวมถึงยังมีสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น FB, IG , Line ที่เปิดเป็นร้านออนไลน์ขายของได้ง่ายๆ

สำหรับปัจจัยที่จะทำให้การขายบนออนไลน์ประสบความสำเร็จ ผู้ขายต้องมีทักษะทาง IT มีวิธีการนำเสนอให้น่าสนใจ รวดเร็ว ส่วนใหญ่มักเป็นสินค้าแฟชั่น อย่างเครื่องสำอาง และอาหารเสริม และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องมีความน่าเชื่อถือ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ

และ 3.เปิดหน้าร้านขาย ข้อดีมีความน่าเชื่อถือมากกว่าช่องทางอื่นๆ ปัจจัยที่ช่วยเสริมความสำเร็จ ต้องมีทำเลดี ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ส่วนปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัด คือ ใช้เงินทุนสูง รวมถึง ต้องมีผู้ช่วยมาเฝ้าหน้าร้านในเวลาที่คุณต้องไปทำงานประจำ

ก้าวที่ 3: เริ่มต้นอย่างมั่นใจด้วย 5 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

สำหรับก้าวสุดท้ายที่ทำให้สามารถทำอาชีพเสริมได้ประสบความสำเร็จนั้น วิทยากรหนุ่ม บอกว่า ทาง K-Expert แนะนำ 5 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ และสามารถพัฒนาจนกลายเป็นอาชีพหลักได้ต่อไปในอนาคต ได้แก่

1.รู้จุดแข็งของอาชีพเสริม เข้าใจเงื่อนไขความสำเร็จต่างๆ ของอาชีพนั้น

2.เข้าใจตลาด ค้นหาและทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า และตลาดอย่างถ่อนแท้

3.ค่อยเป็นค่อยไป ควรเริ่มต้นจากเล็กๆ อย่าทำอะไรเกินตัว เริ่มจากสิ่งที่มั่นใจและแสวงหาโอกาสต่อยอด

4.รักษาคุณภาพ และความเชื่อมั่นที่ลูกค้าจะมีต่อธุรกิจ ใส่ใจในรายละเอียดและปรับปรุงคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ

5.จัดสรรทั้งเวลาและเงิน เพื่อให้อาชีพเสริมไม่กระทบงานประจำ และชีวิตส่วนตัว

ดังที่กล่าวมาหากทำตาม 3 ก้าวนี้ เชื่อว่าคงเห็นแนวทางที่จะสร้างอาชีพเสริมของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม ฉัตรพงศ์ ทิ้งท้ายด้วยว่า อยากให้ผู้ที่ต้องการทำอาชีพเสริม ให้มีความฝันอย่ามีแต่คำถาม ตามด้วยมีความตั้งใจ อุตสาหะอย่างแรงกล้า วางแผนอย่างจริงจังรอบคอบ และสุดท้าย คือ ลงมือทำจริง

ทั้งนี้ หากได้ลงมือทำแล้ว เชื่อว่าอาชีพเสริมของท่านจะค่อยๆ ก้าวเดินไปได้ และจากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยเริ่มต้นจากทำอาชีพเสริมนั้น ธุรกิจสุดท้ายมักไม่ใช่ธุรกิจที่ตัวเองทำเมื่อตอนเริ่มต้น เนื่องจากหลังลงมือทำอาชีพเสริมใดๆ สักอย่างแล้ว ระหว่างทางจะได้เรียนรู้ พบปัญหาอุปสรรค รวมถึงเห็นช่องทางโอกาสต่างๆ สิ่งเหล่านี้ จะช่วยสะสมเป็นบทเรียนให้ผู้ทำได้เก็บเกี่ยวมาจนหลอมรวมเป็นธุรกิจที่ตัวเองจะสามารถประสบความสำเร็จในที่สุด

ถ้าวันนี้เรามีรายได้เพิ่มเติม อีกช่องทางหนึ่งมันคงจะดี แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองมองดูทางนี้
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหางานออนไลน์อยู่ นี้อาจจะเป็นการหางานออนไลน์ที่คุณกำลังตามหา
เพราะมันเป็นทำงานออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหางานออนไลน์ในอินเตอร์เน็ตและที่สำคัญทุกอย่างเราทำผ่านระบบ ออนไลน์ หมดเพราะฉะนั้นเราจึงกล้าพูดว่านี่คือการตามหางานออนไลน์ ที่แท้จริงอยู่แล้วเป็นการหางานออนไลน์ ที่คุณมองหากันอย่างยาวนาน ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของเราเอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
000webhost logo